ผึ้งน้อยกับแม่นกพิราบ

posted on 24 Oct 2010 21:13 by patgogoi

นึกไม่ออกว่าสมัยเด็กๆ เคยได้ยินนิทานอีสปเรื่องนี้หรือเปล่า... ผึ้งน้อยกับแม่นกพิราบ

แต่เมื่อวันก่อน เอาหนังสือนิทานเรื่องนี้ซึ่งเขียนเป็นภาษาโรมาเนีย มาฝึก่อ่านกับลูกสาวค่ะ...

(ลูกสาวฝึกให้ฉันอ่านนะ ไม่ใช่ฉันฝึกให้ลูก เอิ้กๆ) ฉันอ่านแล้วรู้สึกประทับใจ ก็เลยเก็บเอามาเล่าให้คุณผู้อ่านฟังกัน หวังใจว่าจะคลายเครียดและได้ข้อคิดอะไรบางอย่าง... 

นานนน มาแล้ว... มีเจ้าผึ้งน้อยตัวหนึ่ง มันบินเล่นหากินเกสรจากหมู่ดอกไม้งาม บินเพลินจากดอกนี้ไปดอกโน้น... สุขสันต์อุราใจ แต่ด้วยความเผอเรอไม่ระวังให้ดี เกิดบินไปสะดุดกับใบไม้หมู่หนึ่ง (ต้องเข้าใจนะคะว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง) กลิ้งตกผลุนๆๆ ลงไปในแอ่งน้ำใหญ่.... แผละ 

“โอ้ยยย... ปีกของฉันเปียกอย่างนี้ จะบินไหวไหมเนี่ย อึ๊บ อึ๊บ... โหย หมดแรงอ่ะ อึ๊บ อึ๊บ... จะทำยังไงดีล่ะ” 

ในขณะนั้นก็มีแม่นกพิราบตัวหนึ่ง แค่ดูจากท่าบินก็รู้ว่าใจดีมากกก บินผ่านมา... สายตาของเธอสอดส่องว่าจะมีตัวหนอนอยู่ที่ไหนบ้างไหม ที่เธอจะจับเอาไปให้ลูกน้อยที่รอคอยอาหารอยู่ในรังนอน พลันสายตาคมแหลมของเธอก็เหลือบไปเห็น เจ้าผึ้งน้อยผู้น่าสงสาร กำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ แต่ดูแล้วไม่เข้าท่าเอาเสียเลย... เธอคิดในใจ “โอ้ว... ต้องช่วยเขาโดยเร็วแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นแย่แน่” 

แม่นกพิราบใจดีก็คาบใบไม้ใบหนึ่ง แล้วหย่อนทิ้งลงในหนองน้ำนั้นตรงที่เจ้าผึ้งน้อยกำลังตะเกียกตะกายอย่างพอดิบพอดี แล้วก็บินจากไป... และแล้วเจ้าผึ้งน้อยซึ่งกำลังจะหมดแรงแล้ว ก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายของมันกระดึ๊บ กระดึ๊บ ขึ้นมาบนใบไม้จนได้ รอดตายแล้วเรา... มันนอนอาบแดดอยู่อย่างนั้นซักพักจนปีกของมันแห้ง แล้วก็บินต่อไปได้... 

หลายวันผ่านไป... 

แม่นกพิราบตัวเดิมกำลังบินออกมาจากรัง เพื่อหาอาหารให้ลูกกินเหมือนเคย... เด็กชายเกเรคนหนึ่งเห็นรังนกที่อยู่บนต้นไม้ก็อยากจะขึ้นไปเก็บเอารังนกมาเล่น แต่แม่นกบินร่อนอยู่ใกล้ๆ เห็นเข้าเสียก่อน จึงบินกลับมาที่รัง เด็กชายเกเรจึงหยิบก้อนหินเตรียมจะขว้างแม่นกพิราบ... พลันเจ้าผึ้งน้อยผู้โชคดีครานั้น ก็บินมาเห็นพอดี... 

“เฮ้ย... เจ้าเด็กนั่น มันจะทำอะไรน่ะ” ยังพูดไม่ทันจบคำ ก็บินว่อนลงไป ใช้ก้นน้อยๆ ของมันกระแทกไปที่มือของเด็กเกเรและแถมเหล็กในไว้ที่นั่นด้วย... แล้วรีบบินหนีไป ทำให้เด็กชายเกเรร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดแล้วทิ้งหินลงพิ้น.. 

แม่นกพิราบผู้ใจดีและลูกน้อยก็ปลอดภัย.... นิทาน ก็จบลงเพียงแค่นี้ 

นิทานเรื่องนี้ สอนให้เด็กๆ รู้ว่า เมื่อเราได้รับความช่วยเหลือจากใคร เราก็ควรที่จะช่วยเหลือผู้นั้น (หรือผู้อื่น) ด้วยเป็นการตอบแทนที่ครั้งหนึ่ง เขาเคยได้ช่วยเหลือเราไว้... และเมื่อเราเห็นใครตกทุกข์ได้ยาก เดือดร้อนสิ่งใด เราก็ควรที่จะเร่งรีบ เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนนั้นให้เขา ด้วยว่าเราเองก็จะได้รับความช่วยเหลือดุจกัน 

อ่านนิทานจบแล้ว ก็นึกถึงข้อพระคัมภีร์ ที่พระเยซูทรงประทานให้เราเป็นกฎทองคำในการอยู่ร่วมสังคม ฉันก็เลยรีบเอาข้อพระคัมภีร์ข้อนั้นให้ลูกท่องจำ... มัทธิว 7:12  “จงปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน...” 

ขอบคุณพระเจ้าที่ชั่วโมงอ่านหนังสือในวันนั้น มิได้ผ่านไปเพียงแค่นั้น... เมื่อสามีเดินมาได้ยินบทสนทนาของเรา แล้วเสริมขึ้นมาว่า “ลูกสาวพ่อ... ลูกรู้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าผึ้งตัวนั้น หลังจากที่มันต่อยเด็กเกเรคนนั้น” “เกิดอะไรขึ้นคะ พ่อ” ลูกสาวถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น... “มันตาย ลูก” ได้ยินคำตอบดังนั้น ลูกสาวก็ทำหน้าเหวอออ “ทำไมมันต้องตายด้วยล่ะคะ” พลางคุณพ่อก็อธิบายว่า มันเป็นชีวิตของผึ้ง ที่เมื่อมันปล่อยเหล็กไนออกไปจากตัวแล้ว มันก็จะต้องตาย... ดูสิ มันช่วยเพื่อนของมัน โดยเอาชีวิตเข้าแลกเลยทีเดียว ทำไมมันจึงมีความรักและความเสียสละที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้นะ 

อ่านมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านบางท่านอาจจะนึกได้แล้วล่ะ ว่าฉันกำลังจะพูดถึงใคร... จะมีใครซะอีกล่ะคะ นอกจากพระเยซูคริสต์ เพื่อนที่ดีที่สุดของเรา ผู้ซึ่งสละชีวิตที่มีค่าล้ำเลิศของพระองค์เองมาตายแทนเรา เพื่อที่เราจะได้มีชีวิตรอด... จะมีความรักใดที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกเล่า ที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน (ยอห์น 15:13) 

พระเยซูทรงยอมทนทุกข์ทรมานเพื่อเราบนไม้กางเขน เพื่อพระโลหิตของพระองค์จะชะล้างความบาปในชีวิตของเรา เพื่อที่เราจะขาวสะอาดอีกครั้งหนึ่ง... ตะปูที่ทิ่มลงไปทำให้เนื้อพระหัตถ์ที่อ่อนนุ่มของพระองค์ถูกฉีกขาด เจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก  เราได้ตระหนักถึงความรักยิ่งใหญ่นี้เพียงใด.. ในขณะที่เราดำเนินชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ทุกความบาปที่เรายังกระทำอยู่ด้วยใจเจตนา หมายถึงการที่เรานำพระเยซูไปตรึงที่กางเขนครั้งแล้วครั้งเล่า... ช่างน่าเศร้าเพียงใด 

ข้าแต่พระเยซูคริสต์เจ้า ขอทรงอภัยให้กับจิตใจทุกดวงที่รู้สึกผิดต่อการกบฏต่อพระบัญญัติของพระองค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ขอทรงประทานกำลังเข้มแข็งให้แก่ผู้อ่านที่ปรารถนากำลังนั้นจากพระองค์ เพื่อที่เขาจะไม่ทำผิดบาปต่อพระองค์อีก

ลูกขออธิษฐานด้วยความเชื่อ ในพระนามแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้า

อาเมน 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณพระเจ้าค่ะ เพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่นานมานี้ว่าตัวเองก็มีตะลันต์ในการเล่านิทานให้คนอ่านสนใจได้ big smile

และดีใจที่มีผู้อ่านหนึ่งท่านรู้สึกว่า ตัวเองขัดสนและจะต้องสารภาพความผิดของตนเองและกลับใจมาหาพระเจ้าอีกครั้ง เชื่อว่าทั่วทั้งสวรรค์คงเปรมปรีดิ์โห่ร้องสรรเสริญพระนามพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

ขอให้เราระลึกถึงพระเยซูคริสต์ทุกวันในความรักของพระองค์ และดำเนินชีวิตใหม่ตามน้ำพระทัยของพระองค์นะคะ ถึงแม้เราจะอยู่ในโลกนี้ก็ตาม แต่ตัวเรานั้นไม่ใช่ของโลก พระองค์ทรงซื้อเราไว้แล้วนะคะ

ขอพระเจ้าอวยพรผู้อ่านทุกท่านค่ะ

#2 By patgogoi on 2010-10-27 00:20

big smileเล่านิทานได้น่ารักมากเลยค่ะ

ทุกความบาปที่เรายังกระทำอยู่ด้วยใจเจตนา หมายถึงการที่เรานำพระเยซูไปตรึงที่กางเขนครั้งแล้วครั้งเล่า... ช่างน่าเศร้าเพียงใด

สะอึกกับคำนี้เลยค่ะconfused smile
รู้สึกผิดกับพระองค์ ทั้งๆที่รับเชื่อแล้ว ทั้งๆที่บอกว่าเรากลับใจแล้ว แต่ก็ยังทำบาปด้วยใจเจตนาอยู่เรื่อยไป

ฉันควรจะสารภาพบาปแล้วกลับใจใหม่อีกครั้งแล้วล่ะนะ
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเรี่ยวแรงให้ฉันได้ก้าวเดินต่อไป

ขอบคุณมากๆค่ะcry

#1 By jiri marjinzey on 2010-10-24 23:57